GII00004 Land of the thunder dragon ทัวร์ภูฏาน 4วัน 3คืน พาโร ทิมพู พูนาคา โดย Bhutan Airline/Druk Air

Daily Tour 4วัน 3คืน Availability: March 1, 2022
Bhutan ภูฏาน

Beautiful Bhutan ทัวร์ภูฏาน 4วัน 3คืน

พาโร ทิมพู พูนาคา โดยสายการบิน Bhutan Airline/Druk Air

ทัวร์ไฮไลท์

โปรแกรมเที่ยวพิเศษที่พาท่านเที่ยวประเทศภูฏานเก็บแบบทุกไฮไลท์ เที่ยวทั้งสามเมือง ทิมพู พาโร พูนาคา เป็นโปรแกรมที่คุ้มค่า พักเมืองทิมพูสองคืน และพักที่เมืองพาโรหนึ่งคืน

  • รวมตั๋วเครื่องบิน / ค่า VISA $40 / ค่า SDF $600 ต่อท่าน / ค่าที่พัก 3 คืน
  • พาท่านเดินทางไปสักการะวัดทักซัง (ไม่มีเดินขึ้นเขา พาท่านไปเก็บความสวยงามและเสน์มนต์ขลัง)
  • เที่ยวชมป้อมปราการทั้งสามเมือง ทิมพูซอง พาโรซอง และ พูนาคาซอง
  • ถ่ายรูปวิวทิมพูที่พระใหญ่ ชมตัวทาคิน สักการะมหาสถูป
  • มีชุดประจำชาติภูฏานใส่เต็ม ๆ วัน
  • มีการแสดงระบำหน้ากากและระบำพื้นบ้าน (สำหรับ 15 ท่านขึ้นไป)
  • เดินทางพร้อมหัวหน้าทัวร์จากประเทศไทยและมีอาหารไทยเสริมตลอดการเดินทาง
  • ออกเดินทางพร้อมหัวหน้าทัวร์จากเมืองไทยที่ 10 ท่าน

 

 

โปรแกรมท่องเที่ยว:

โปรแกรมการเดินทาง เช้า เที่ยง ค่ำ โรงแรมที่พัก
1 กรุงเทพฯ – พาโร – ทิมพู -ผ่านชมสำนักสงฆ์วัดตัมชู – ด่านซูซอม – หลวงพ่อสัจธรรม – ศูนย์อนุรักษ์สัตว์ทาคิน – ไปรษณีย์ภูฏาน – เมมโมเรียลโชเตน – ทิมพูซอง มี มี Gakyil Hotel 3*

หรือเทียบเท่า

2 ทิมพู – ดอร์ชูล่าพาส – วัดชิมิลาคัง – พูนาคาซอง – สะพานเหล็กที่ยาวที่สุดในภูฏาน – ทิมพู มี มี มี Gakyil Hotel 3*

หรือเทียบเท่า

3 ทิมพู – พาโร – ตาซอง – พาโรซอง – วัดคิชูลาคัง – วัดทักซัง มี มี มี Olathang Hotel 3*

หรือเทียบเท่า

4 พาโร – กรุงเทพฯ มี  

 

วันเดินทางและราคา:

วันเดินทาง ราคาผู้ใหญ่ (12+)

(พักห้องละ 2-3 ท่าน)

ราคาเด็ก (6-12ปี)

 

ราคาเด็ก (2-ไม่เกิน 6ปี)

 

พักเดี่ยวเพิ่ม

ท่านละ

03 – 06 มี.ค. 66

(วันมาฆบูชา)

75,990 53,990 43,490 3,500
17 – 20 มี.. 66 75,990 53,990 43,490 3,500
24 – 27 มี.. 66 75,990 53,990 43,490 3,500
31 – 3 เม. 66 เทศการระบำหน้ากากเมืองพาโร 75,990 53,990 43,490 3,500
7 – 10 เม.. 66 75,990 53,990 43,490 3,500
14 – 17 เม.ย. 66

(วันสงกรานต์)

75,990 53,990 43,490 3,500
21 – 24 เม.. 66 75,990 53,990 43,490 3,500
05 – 09 .. 66 75,990 53,990 43,490 3,500
12 – 15 .. 66 75,990 53,990 43,490 3,500
19 – 22 .. 66 75,990 53,990 43,490 3,500
02 – 05 มิ.ย. 66

(วันวิสาขบูชา)

75,990 53,990 43,490 3,500
11 – 14 ส.ค. 66

(วันแม่)

75,990 53,990 43,490 3,500

** ราคานี้คิดต้นทุนที่ 1 USD ไม่เกิน 34 บาท ณ วันที่  ก.พ. 6 และทางบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการปรับราคา หากค่าเงินมีการเปลี่ยนแปลง **

Upgrade Package
อัพเกรดที่พัก โรงแรม 4 ดาว + 1,500 บาท ต่อท่าน พักเดี่ยวเพิ่ม 3,000
*โรงแรม 4 ดาวจะเป็นโรงแรมมาตรฐานที่ทางเรากำหนดเท่านั้น

**สำหรับท่านที่ต้องการพักที่ Dusit D2 YARKAY เมืองทิมพูสามารถติดต่อสอบถามราคาเพิ่มเติมได้

**เด็กไม่ถึง 2 ขวบ คิดแค่ค่าตั๋วเครื่องบินราคา Infant เท่านั้น

***เดินทางตั้งแต่ 10 ท่านแต่ไม่เกินกรุ๊ปละ 16 ท่านพร้อมหัวหน้าทัวร์ไทย

****หากผู้เดินทางไม่ครบท่านสามารถออกเดินทางโดยมีผู้ส่งกรุ๊ปที่สนามบินและมีไกด์ภูฏานพูดภาษาอังกฤษดูแลตลอดการเดินทางที่ประเทศภูฏานได้ตั้งแต่ 2 ท่าน

 

บริษัทขอสงวนสิทธิ์:

  1. ในการเปลี่ยนแปลงราคา เหตุมาจากอัตราแลกเปลี่ยนและราคาตั๋วเครื่องบินหรือประกาศจากรัฐบาลประเทศภูฏาน
  2. การเดินทางแต่ละครั้งจะต้องมีผู้เดินทางอย่างน้อย 10 ท่านขึ้นไป ถ้าผู้โดยสารไม่ครบจำนวนดังกล่าว บริษัท ฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเลื่อนหรือยกเลิกการเดินทาง
  3. เมื่อทำการออกตั๋วเครื่องบินแล้วและมีการยกเลิกไม่ว่ากรณีใด ๆ ทางบริษัทไม่สามารถทำการรีฟันด์ตั๋วได้เนื่องจากเงื่อนไขเป็นไปตามสายการบิน และท่านต้องติดต่อดำเนินการทั้งหมดเองกับทางสายการบินเนื่องจากเป็นชื่ของท่าน
  4. ในการเปลี่ยนแปลงเวลาบินตามสายการบินโดยไม่แจ้งให้ทราบล่วงหน้า เนื่องจากภูฏานมีเพียงสองสายการบินและมีการเปลี่ยนแปลงเวลาบินอย่างต่อเนื่องตามสภาพอากาศ
  5. การแสดงระบำหน้ากากสำหรับ 15 ท่านขึ้นไป หากไม่ครบสามารถชำระเงินเพิ่มเติมกรุ๊ปละ USD150

 

ดาวโหลดโปรแกรม

 

รายละเอียดการเดินทาง:

กดเพื่อดูรายละเอียดการเดินทาง
วันที่ 1 กรุงเทพฯ – พาโร – ทิมพู – ผ่านชมสำนักสงฆ์วัดตัมชู – ด่านซูซอม – หลวงพ่อสัจธรรม – ศูนย์อนุรักษ์สัตว์ทาคิน – ไปรษณีย์ภูฏาน – เมมโมเรียลโชเตน – ทิมพูซอง
04.30 น. คณะเดินทางพร้อมกันที่ สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออก สายการบิน Bhutan Airline (B3) เที่ยวบินที่ B3 701 ออกเดินทางเวลา 06:30 ชั้น 4 เคาเตอร์ K ประตูทางเข้า 6 พบกับเจ้าหน้าที่จากบริษัทให้การต้อนรับพร้อมบริการกระเป๋าเข้าเช็คอิน พร้อมหัวหน้าทัวร์คอยให้บริการ
06.30 น. ออกเดินทางสู่ประเทศภูฎาน เดินทางสู่เมืองพาโร เมืองหน้าด่านสำคัญก่อนเดินทางสู่ดินแดนอื่น ๆในประเทศภูฏาน โดยสายการบิน Druk Air (KB) ออกเดินทางเวลา 05.00 มีอาหารบริการบนเครื่อง ระหว่างการเดินทางเครื่องจะทำการลงจอดที่ประเทศอินเดียเพื่อทำความสะอาดและเติมน้ำมันเป็นเวลา 45 นาทีโดยไม่ต้องลงจากเครื่องบินและเดินทางต่อไปยังประเทศภูฎาน
09.51 น. เดินทางถึงสนามบินเมืองพาโร

ทุกคนทั่วโลกที่เดินทางมายังประเทศภูฏานต้องเริ่มต้นจากเมืองนี้เพราะเมืองพาโรเป็นเมืองเดียวที่มีสนามบินนานาชาติ เมืองพาโรอยู่ที่ระดับความสูง 2,250 เมตรจากระดับน้ำทะเล มีความสำคัญเพราะเคยเป็นเมืองหลวงของประเทศอีกทั้งยังมีวัดสำคัญหลายแห่งอยู่ที่เมืองนี้

เช้า หลังจากนั้นนำท่านเดินทางต่อไปยัง เมืองทิมพูเมืองหลวงปัจจุบันของประเทศภูฏานโดยใช้เวลาประมาณ 1.30 ชั่วโมง ระหว่างทางให้ท่านได้สัมผัสกับวิวภูเขาสลับซับซ้อนและมีแม่น้ำไหลผ่านสวยงามตลอดเส้นทาง ให้ท่านได้ผ่านชมสำนักสงฆ์ตัมชู ท่านสามารถเห็นวัดนี้ได้จากวิวทางด้านซ้ายระหว่างทาง สร้างโดยท่านลามะทังทนเกลโป ซึ่งเป็นผู้สร้างวัดนี้ขึ้น จากนั้นนำท่านแวะถ่ายรูป ณ จุดชมวิว ด่านชูซอม ซึ่งเป็นหน้าด่านก่อนเข้าเมืองทิมพู และเป็นบริเวณที่แม่น้ำจากพาโรและทิมพูมาบรรจบกัน ข้างๆ สะพานด่านชูซอมท่านจะได้เห็นสถูปสามอันออกแบบสไตน์ ภูฏาน เนปาล และทิเษต จากจุดนี้อีก 31 กิโลเมตรเราจะถึงเมืองทิมพู

เมืองทิมพูเป็นเมืองที่อยู่ในระดับความสูง 2,400 เมตรจากระดับน้ำทะเล เป็นเมืองหลวงที่เล็กที่สุดของเอเชียและไม่มีสัญญาณไฟจราจร มีประชากรอยู่ประมาณ140,000 คน ผู้คนที่นี่ยิ้มแย้มแจ่มใส ใจดีและมักจะแต่งกายด้วยชุดประจำชาติ ชุดผู้ชายจะเรียกว่า โค (Kho) ส่วนชุดของผู้หญิงจะเรียกว่า คีร่า (Kira)

จากนั้นพาท่านขึ้นเขาไป สักการะหลวงพ่อสัจธรรม Buddha Dordenma statue (Buddha Point) พระพุทธรูปขนาดใหญ่ที่สุดของภูฏาน หล่อสัมฤทธิ์ ประดิษฐานอยู่บริเวณเชิงเขาในเมืองทิมพู ทําหน้าที่ปกปักรักษาชาวเมืองทิมพู พาท่านเข้าไปไหว้สักการะภายในฐานองค์พระพุทธรูป จากจุดนี้ท่านจะได้เห็นเมืองทิมพูได้โดยรอบ

Takin Preservation center

จากนั้นพาท่านชม “ทาคิน” ในสถานอนุรักษ์สัตว์ประจําชาติของภูฏาน  (Takin Preservation Center) ซึ่งเป็นสัตว์ประจำชาติของภูฏาน ปัจจุบันหาดูได้ยากมากเนื่องจากเป็นสัตว์ที่อยู่ในป่าลึกและมีอยู่ที่เฉพาะบนภูเขาในแทบเทือกเขาหิมาลัย

เที่ยง  พักรับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
Bhutan Post office

เราจะพาท่านชม ที่ทำการไปรษณีย์ภูฏาน (General Post Office) ซึ่งท่านสามารถเลือกซื้อดวงตราไปรษณียากรที่งดงามของภูฏาน และความพิเศษที่ไปรษณีย์ภูฏานคือท่านสามารถถ่ายรูปตัวเองลงบนตราไปรษณีย์ซึ่งสามารถใช้ได้อย่างถูกกฎหมายและสามารถติดบนโปสการ์ดหรือจดหมายส่งกลับมาประเทศไทยและทั่วโลกได้อีกด้วย (ท่านสามารถเตรียมรูปท่านเองหรือรูปคนอื่นมาทำแสตมป์ได้ ค่าใช้จ่ายต่อท่านประมาณ 360 และ 500 นงูตรัมขึ้นอยู่กับชุดแสตมนั้น ๆ )

Memorial Chorten

จากนั้นพาท่านเยี่ยมชม เมมโมเรียลโชเตน (Memorial Chortten) มหาสถูปเพื่อสร้างขึ้นเพื่อรำลึกถึงอดีตกษัติริย์ จิกมี่ ดอร์จี วังชุก พระองค์ทรงเป็นกษัตริย์องค์ที่ 3 ที่ปกครองประเทศภูฏานในช่วง ค.ศ. 1952-1972 และทรงได้รับพระฉายาว่า “พระบิดาแห่งภูฏานนยุคใหม่” สร้างขึ้นในปี 1974 สถานที่แห่งนี้ท่านจะเห็นคนเฒ่าคนแก่จำนวนหนึ่งมานั่งนับลูกปัดและเดินวนรอบสถูป

Thimphu Dzong

จากนั้นเราจะพาท่านั่งรถต่อไปยังอีกหนึ่งสถานที่สำคัญนั่นคือป้อมปราการ “ทิมพู ซอง” Thimphu Dzong หรือมีชื่อเป็นทางการว่า “ตาชิโช ซอง” (Tashicho Dzong) ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของเมืองหลวงแห่งนี้ ป้อมปราการแห่งนี้ได้ถูกสร้างขึ้นในปี1907 ซึ่งนอกจากเป็นป้อมปราการแล้วยังเป็นอารามหลวงสำหรับพระอีกด้วย โดยตอนนี้สถานที่แห่งนี้เป็นที่ทำงานของสมเด็จพระราชาธิบดีจิกมีและทำเนียบรัฐบาล ที่นี่เราจะเห็นที่ประทับของสมเด็จพระราชาธิบดีจิกมีสามารถมอเข้าไปได้แต่ไม่สามารถถ่ายรูปได้

จากนั้นพาท่านเดินเล่นในตัวเมืองทิมพู เนื่องจากโรงแรมนั้นอยู่ใจกลางเมืองท่านสามารถเลือกได้ว่าจะเดินเล่นหรือพักผ่อนที่โรงแรม
เย็น  รับประทานอาหารเย็น ณ ภัตตาคาร

พักที่โรงแรม Gakyil Hotel เมืองทิมพู หรือเทียบเท่าในระดับเดียวกัน

วันที่ 2 ทิมพู – ดอร์ชูล่าพาส – วัดชิมิลาคัง – พูนาคาซอง – สะพานเหล็กที่ยาวที่สุดในภูฏาน – ทิมพู – พาโร
เช้า  รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรม
หลังอาหารเช้า เราจะแจกชุดประจำชาติของภูฏานให้ท่านได้ใส่เที่ยวในวันนี้ทั้งวัน ชุดประจำชาติภูฏานของผู้ชายเรียกว่า โกะ (GHO) ส่วนชุดประชาติของผู้หญิงเรียกว่า คิร่า (Kira)
ออกเดินทางสู่เมือง Punakha พูนาคา ระยะทางประมาณ 75 กิโลเมตร ทางเป็นถนนคดเคี้ยวใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง เมื่อก่อนจะใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมงแต่ตอนนี้ถนนดีขึ้นแล้ว เมืองปูนาคานั้นเมื่อสมัยโบราณมีความสำคัญเพราะเป็นเมืองหลวงและเป็นเมืองที่กฏตัสองแรงได้รับการเลือกตั้งในปี1907 เมืองนี้จะมีระดับความสูงตั้งแต่ 1,000 – 4,800 เมตรจากระดับน้ำทะเล เมืองนี้จะข่อนข้างอุ่นกว่าเมืองพาโรและเมืองทิมพู

ระหว่างการเดินทางท่านสามารถชมทิวทัศน์ของภูเขาสูงสลับกันไปมา (โปรดเตรียมเสื้อหนาวมาด้วยเพราะจุดที่เราจะผ่านจะอยู่สูงกว่าเมืองทิมพูอยู่ราว ๆ 1,000 เมตรจากระดับน้ำทะเล ส่วนเมื่อถึงเมืองพูนาคาอากาศจะอบอุ่นกว่าเมืองทิมพู เนื่องจากเมืองพูนาคาจะอยู่ที่ระดับความสูงที่ 1,300 เมตรจากระดับน้ำทะเล)

แวะพักยังจุดที่สูงที่สุดบนเส้นทางนี้อยู่ที่ 3,116 เมตรจากระดับน้ำทะเล (เป็นจุดที่สูงที่สุดของเมืองทิมพูและพูนาคา) ซึ่งเรียกว่า ดอร์ ชูลา (Dorchula Plass) และพาท่านชม สถูป “ดรุค วังเกล” (Druk Wangle Chorten) 108 องค์ (สถูปแห่งความเป็นสิริมงคล และสันติสุขของแผ่นดิน 108 องค์) สร้างขึ้นมาเพื่อถวายแกพระโพธิสัตว์ของชาววัชรยาน จุดนี้เป็นจุดที่สามารถยืนชมเทือกเขาหิมาลัยได้แบบกระจ่างตาที่สุด โดยเฉพาะในวันที่อากาศสดใสและฟ้าเปิด รวมถึง ยอดเขากังคาพูนซัม(Gangkhar Puensum) ซึ่งเป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในประเทศภูฏานซึ่งอยู่ในระดับความสูงที่ 7,500 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล ณ จุดนี้เราจะแวะพักถ่ายรูป เข้าห้องน้ำ และออกเดินทางต่อไปยังเมืองปูนาคา

Dochula Pass

กลางวัน  พักรับประทานอาหารกลางวัน – ภัตตาคาร ที่ เมืองพูนาคา
จากร้านอาหารเราจะพาท่านเดินผ่านหมู่บ้าน Sobsukha เป็นหมู่บ้านเล็กๆมีทุ่งนาล้อมรอบโดยใช้เวลาประมาณ 30 นาที เพื่อดูวิถีชีวิตของคนที่นี่และทุ่งนาขั้นบันได

Chimi Lhakang

พาท่านเดินไปยังวัดชิมิลาคัง (Chimi Lhakhang) วัดนี้ได้ถูกสร้างขึ้นในปี 1499 โดยพระงาหวัง ชอคเยล โดย ชาวภูฏานนิยมมาไหว้ขอพรในเรื่องครอบครัว อาทิ ขอลูก ขอพรให้ประสบความสำเร็จในเรื่องความรัก ขอพรให้ลูกหรือมาให้พระตั้งชื่อให้ลูก นอกจากนี้ยังเชื่อว่า สามารถขอพรให้ลูกเกิดมาหน้าตาดีได้ในขณะที่ตั้งครรภ์ ชื่อที่เป็นที่นิยมที่หากมาตั้งชื่อที่วัดนี้คือ คินเลย์ (ชื่อสถานที่) และ ชิมิ (ชื่อวัด)

Punakha Dzong

นำท่านเที่ยวชม พูนาคาซอง (Punakha Dzong) ป้อมปราการประจำเมืองปูนาคา ปัจจุบันเป็นพระราชวังฤดูหนาวของพระสังฆราช ป้อมปราการแห่งถูกสร้างขึ้นเมื่อปี 1637-38 เป็นซองที่เก่าแก่ที่สุดเป็นอันดับสองและเป็นซองที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับสองอีกด้วย ซองแห่งนี้ถูกทําลายหลายครั้ง จากไฟไหม้และภัยธรรมชาติแต่ได้รับการบูรณะอย่างต่อเนื่อง ป้อมปราการแห่งนี้สวยงามมากเพราะอยู่ตรงกลางระหว่าง แม่น้ำโพ (Po Chu)ซึ่งหมายถึงแม่น้ำพ่อ และแม่น้ำโม (Mo Chu)หมายถึงแม่น้ำแม่ไหลมาบรรจบกันเป็นแม่น้ำ ปูนา ซัง ชู(Puna Tsang Chu)หรืออีกชื่อเรียกว่า Sankosh river

หลังจากนั้น นำท่านชมสะพานเหล็กที่ยาวที่สุดในภูฏาน พาดผ่านแม่น้ำ แม่น้ำพ่อ และแม่น้ำโม (Mo Chu) ซึ่งประชาชนใช้สัญจรเพื่อข้ามข้ามมายังพูนาคาซอง
หลังจากนั้นนำท่านเดินทางไปยัง เมืองทิมพู
เย็น   รับประทานอาหารเย็น ณ ภัตตาคาร

พักโรงแรม  Gakyil Hotel เมืองทิมพู หรือเทียบเท่าในระดับเดียวกัน

วันที่ 3 ทิมพู – พาโร – พิพิธภัณท์สถานแห่งชาติ – พาโรริงปุงซอง -วัดคิชู ลาคัง – วัดทักซัง
เช้า  รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรม
Ta Dzong

เดินทางสู่ตัวเมือง พาโร เยี่ยมชม พิพิธภัณท์สถานแห่งชาติ หรือ ป้อมปราการตาซอง (National Museum of Bhutan , Ta Dzong) ป้อมปราการตาซองสร้างขึ้นกลางคริสต์ศตวรรษที่ 17ภายนอกออกแบบให้มีรูปทรงกระบอก มีทั้งหมด 8 ชั้น โดยเป็นสถานที่เก็บรวบรวม ภาพพระบฏ อาวุธ เหรียญกษาปณ์ เครื่องมือเครื่องใช้ สัตว์ป่าแถบเทือกเขาหิมาลัย ตลอดจน ดวงตราไปรษณีย์ แต่เนื่องด้วยเหตุการณ์ไฟไหม้ครั้งใหญ่ทำให้ตัวอาคารเสียหายอย่างหนักและเป็นอันตรายต่อการเข้าชมภายในตัวอาคาร นักท่องเที่ยวสามารถชมอาคารภายนอกได้และรัฐบาลภูฏานได้สร้างอาคารหลังใหม่เพื่อจัดแสดงแทน โดยที่อาคารหลังใหม่มี 2 ชั้นและจัดแสดงเพียง 4 ห้องเท่านั้น จากจุดนี้ท่านสามารถเห็นวิวสวยๆของสนามบินพาโรและตัวเมืองได้อย่างชัดเจน  **จุดนี้จะอยู่บนยอดเขาเราจะพาท่านไปชมวิวมุมสูงของเมืองพาโรให้ท่านสามารถถ่ายรูปสวยๆได้

Paro Dzong
 จากนั้นพาท่านเดินทางต่อเพื่อเยี่ยมชม พาโรริงปุงซอง (Paro Ringpung Dzong) ป้อมปราการยิ่งใหญ่ที่สุดของเมืองพาโร ถูกสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1645 ในสมัยของท่าน Shabdrung Ngwang Namgyel ผู้เป็นกษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่ที่รวมประเทศภูฎานให้เป็นหนึ่งเดียวในช่วง คริสต์ศตวรรษที่ 17  ตั้งตระหง่านโดนเด่นอยู่ท่ามกลางหุบเขา ซึ่งตอนนี้สถานที่นี้มีไว้สำหรับส่วนบริหาร ศูนย์กลางทางการปกครองของเมืองพาโร และเป็นที่ตั้งของพระอารามหลวง มีพระสงฆ์จำวัดกว่า 200 รูป ที่นี่เคยเป็นที่ถ่ายทำหนัง Little Buddha ในปี 1993
กลางวัน  พักรับประทานอาหารกลางวัน – ภัตตาคาร
จากสนามบินประมาณ10 นาที นำท่านเที่ยวชม วัดคิชู ลาคัง (Kyichu Lhakhang) หรือ วัดคิชู วัดคิชูเป็นวัดโบราณเก่าแก่ที่สุดของภูฏาน ตั้งอยู่ใจกลางหุบเขา พระเจ้าซองต์เซน กัมโป กษัตริย์ทิเบต ทรงสร้างขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ. 659 โดยที่ในเวลานั้นพื้นที่ของวัดยังเป็นของทิเบต  ตำนานการสร้างวัดแห่งนี้น่าสนใจมาก เล่าสืบต่อกันมาว่า มีนางยักษ์ตนหนึ่งที่มีร่างกายใหญ่โตได้เข้ามาเหยียดแขนเหยียดขานอนทับอยู่บนพื้นที่ของทิเบตและเทือกเขาหิมาลัย เพื่อปิดกั้นไม่ให้ผู้คนที่ต้องการเผยแพร่ศาสนาพุทธเข้ามายังพื้นที่นี้ พระเจ้าซองต์เซน กัมโป จึงทรงดำริสร้างวัดพุทธ 108 แห่ง ภายในวันเดียว เพื่อตรึงร่างนางยักษ์เอาไว้ โดยวัดคิชูในเมืองพาโรนั้นเป็น 1 ใน 108 แห่งดังกล่าว และเป็นพื้นที่ส่วนที่เท้าซ้ายของนางมารเหยียบอยู่ ส่วนอีกวัดหนึ่งในภูฏานอยู่ที่เมืองบุมทัง สร้างตรงเท้าขวาของยักษ์
Kyichu Lhakang
นำท่านเดินทางขึ้นสู่หมู่บ้านซัทซัมเพื่อขึ้นสู่เขาทักซังเพื่อไปยัง วัดทักซัง (Taktshang Goemba Monastery) พาท่าเดินชมรอบ ๆ ทางขึ้นเขาทักซังและถ่ายภาพเสน์ของความสวยงามและความเชื่อที่คนทั่วโลกถ้ามาประเทศภูฏานต้องมาสักครั้งนึง

ชื่อทักซังมีความหมายว่ารังเสือหรือ (Tiger Nest) วัดทักซังเป็นวัดพุทธที่มีความเก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งในภูฏาน โดยถูกสร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1962 จุดเด่นอยู่ที่ตัววัดนั้นตั้งอยู่ริมผาซึ่งมีความสูงกว่า 900 เมตร ในเขตเมืองพาโร ด้วยความสูงเทียมฟ้าเช่นนี้เอง ทำให้วัดนั้นอยู่ท่ามกลางเมฆหมอกสีขาวที่ล้อมรอบวัด อีกทั้งยังสามารถชมวิวสวย ๆ ด้านล่างได้อย่างชัดเจนในวันที่ท้องฟ้าโปร่ง โดยเฉพาะในช่วงฤดูใบไม้ผลิที่หมู่มวลดอกไม้ต่างพากันชูช่อสวยงาม ด้านประวัติความเป็นมานั้น มีตำนานเล่าว่า แต่ก่อนพื้นที่บริเวณนี้จะถูกสร้างเป็นวัดนั้นท่านกูรูรินโปเช ( Guru Rinpoche) หรือท่านคุรุปัทมะสัมภวะ (Guru Padmasambhava) คนภูฏานจะเรียกท่านว่า กูรูรินโปเช (ท่านกูรูรินโปเชในแถบประเทษทิเบต ภูฏาน เนปาล และบางส่วนในประเทศอินเดียในแถบเทือกเขาหิมาลัยนั้นถือว่าท่าเหมือนพระพุทธเจ้าองที่สอง โดยตามวัดต่างๆที่ภูฏานจะมีรูปปั้นของท่านแทบทุกวัด) ได้ขี่หลังเสือมาเหยียบแผ่นดินภูฏานครั้งแรกและบำเพ็ญเพียรอยู่ในถ้ำแห่งนี้เป็นเวลา สามปี สามเดือน สามอาทิตย์ สามวัน สามชั่วโมง ครั้นจะเทศนาสั่งสอนผู้คนท่านจะกลายร่างเป็นมนุษย์เช่นเดิม และเมื่อคำสอนได้ผล ผู้คนต่างพากันเสื่อมใสในพระพุทธศาสนา จึงทำให้สถานที่นี้กลายเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ต่อมาจึงได้มีการสร้างวิหารขึ้นเพื่อแสดงถึงความนิยมด้านพระพุทธศาสนา และเมื่อเวลาผ่านไปเนิ่นนานทำให้ตัววิหารชำรุดทรุดโทรม จนท้ายที่สุดในปี ค.ศ. 1962 จึงมีการสร้างวัดทักซังหรือวัดรังเสือขึ้นมา และได้ทำการบูรณปฏิสังขรณ์ครั้งใหญ่ในปี ค.ศ. 1998 จากเหตุเพลิงไหม้

Paro Taktsang
หลังจากนั้น พาท่านเดินเล่นในตัวเมืองพาโร เพื่อให้ท่านได้เลือกซื้อของที่ท่านต้องการไปฝากคนที่ท่านรัก หลังจากนี้จะไม่มีช้อปปิ้งแล้วควรเลือกซื้อให้เรียบร้อยตั้งแต่วันนี้
เย็น   รับประทานอาหารเย็น ณ ภัตตาคาร หลังรับประทานอาหารเย็นจะมีการแสดงพื้นบ้านและระบำหน้ากากซึ่งเป็นการแสดงที่สำคัญในประเทศภูฏาน ใช้เวลาประมาณ 45 นาที

พักโรงแรม  Orathang Hotel ระดับ 3 ดาว หรือเทียบเท่าในระดับเดียวกัน

วันที่สี่ พาโร – กรุงเทพฯ
เช้า  รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรม
เดินทางกลับสู่ กรุงเทพ – สนามบินสุวรรณภูมิ โดยสายการบิน Bhutan Airline (B3) ออกเดินทาง 10:35 น. โดยเที่ยวบินที่ B3 700 ถึงกรุงเทพเวลา 16:05 น.

 


สถานที่ นัดหมาย/กลับ

สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศ ชั้น4 ประตู

ทางเข้า 6 เคาร์เตอร์K สายการบิน Bhutan Airline (KB) เที่ยวบิน B3 701

 


เวลานัดหมายและออกเดินทาง

นัดหมาย 4:30 ออกเดินทาง 06:30

 


การจองและสำรองที่นั่ง

  • กรุณาชำระเงินมัดจำ ท่านละ 32,000 บาท หากมีการยกเลิกภายหลัง บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการคืนเงินมัดจำ ส่วนที่เหลือกรุณาชำระก่อนการเดินทางอย่างน้อย 14 วัน หรือเมื่อส่งเอกสารยื่นวีซ่า
  • บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ยกเลิกการเดินทางก่อนล่วงหน้า 30 วันทำงาน ในกรณีที่ไม่สามารถทำกรุ๊ปได้ คือไม่ถึงจำนวนอย่างน้อย 16 ท่าน ซึ่งในกรณีนี้ทางบริษัทฯ ยินดีคืนเงินให้ทั้งหมด หรือจัดหาคณะทัวร์อื่นให้ถ้าต้องการ

Gebpow Bhutan Customer Gebpow Bhutan Customer

 Call Center: +66919310999
Total: ฿ 75,990 From ฿ 75,990 /person